ลูกเมียร่ำไห้ พ่อเจอยาเสพติด อุตส่าห์โทรแจ้งตำรวจ แต่โดนจับติดคุก ตร.ลั่น ให้ไปสู้คดีในศาล (คลิป)



หน้าแรก ข่าว ข่าวสังคม - โซเชียล ลูกเมียร่ำไห้ พ่อเจอ...

จากกรณีที่นายพิชิต เชิดธรรม อายุ 36 ปี ถูกตำรวจ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จับในข้อหาครอบครองยาเสพติดเพื่อจำหน่าย เนื่องจากพบยาบ้า 1 มัด จำนวน 52,000 เม็ด ในลังส้มที่นายพิชิตเป็นผู้ขนส่ง ตั้งแต่วันที่ 28 เม.ย. 62 ที่ผ่านมา ซึ่งนายจ้างและครอบครัวได้ร้องเรียนว่านายพิชิตไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด



ล่าสุด วันที่ 28 พ.ค. 62 นายวรกร พงศ์ธนากุล ทนายความ พร้อมด้วยนายปองพล สวัสดิ์ทัส นายจ้างของนายพิชิต, น.ส.กัลยกร ชลพิทักษ์ ภรรยานายพิชิต และลูกอีก 2 คน โดยลูกชายวัย 11 ขวบ ของนายพิชิตได้ถือป้ายข้อความเขียนว่า "ช่วยพ่อผมด้วย พ่อผมเป็นแพะ" เดินทางมาที่ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี มอบหนังสือร้องขอความเป็นธรรม กับ พ.ต.ท.วิเชียร เหมือนสุวรรณ์ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.คลองหลวง

โดย น.ส.กัลยกร ชลพิทักษ์ ภรรยาผู้ต้องหา อยู่ในอาการโศกเศร้า และร้องไห้ตลอดเวลา พร้อมยืนยันว่าสามีไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จากนั้น อุ้มลูกชายวัย 1 ขวบ และลูกชายวัย 11 ขวบ วิ่งไปกลางถนนหน้า สภ.คลองหลวง เพื่อให้รถชน และนั่งร้องไห้กว่า 10 นาที พร้อมพูดว่า "ขอตายดีกว่า ไม่อยากมีชีวิตอยู่"



ลำดับเหตุการณ์ นายสมศักดิ์ เป็นผู้ว่าจ้างนายปองพลให้นำส้ม 180 ลังไปทิ้ง จากนั้นนายปองพลรับงาน และขอนำส้มไปขายต่อ โดยแบ่งใส่รถของตัวเอง 100 ลัง และแบ่งใส่รถของนายพิชิต ลูกจ้าง อีก 80 ลัง จากนั้นรถของนายพิชิตผ่านหน้าบ้านของเจ๊พรทิพย์ ซึ่งเป็นลูกค้า เจ๊พรทิพย์ขอซื้อ 11 ลัง จึงมีการเทส้มเปลี่ยนถ่ายใส่ลังกระดาษ จนพบยาเสพติดจำนวน 52,000 เม็ด ต่อมา นางปองพล นายพิชิต และเจ๊พรทิพย์ จึงปรึกษากันโทรแจ้งตำรวจ

นอกจากนี้ จากข้อมูลคาดการณ์ว่า นายสมศักดิ์อาจมีการระบายยาเสพติดจำนวน 100 ลัง ไปกับลังส้มทั้งหมดก่อนหน้านี้แล้ว โดยที่ไม่ทราบว่ามีตกค้างอยู่อีก 1 ลัง ก่อนที่จะว่าจ้างให้นำส้มที่เหลือทั้งหมดไปทิ้ง

จากนั้น นักข่าวลงพื้นที่ถนนคลองหลวง จ.ปทุมธานี เจ๊พรทิพย์ คนที่พบยาเสพติดพร้อมกับนายพิชิต ให้ข้อมูลว่า ในวันที่ 28 เม.ย. 62 ตนเห็นผ่านไลฟ์เฟซบุ๊กของนายปองพล ว่าเจ้าตัวขายส้มราคาถูก เวลาประมาณ 14.00 น. ตนได้ซื้อส้มจำนวน 11 ลัง และได้เทส้มลงกระบะไม้ที่หน้าร้าน เมื่อเทลังที่ 5-6 ก็พบยาเสพติดตกลงมา 1 มัด ตนจึงได้เรียกนายพิชิตมาดู และตกลงกันว่าจะแจ้งความกับตำรวจ ซึ่งตนเป็นคนโทรไปแจ้งความเพื่อแสดงถึงความบริสุทธิ์ใจ แต่นายพิชิตถูกจับติดคุก

น.ส.กัลยกร เปิดเผยในรายการต่างคนต่างคิด ออกอากาศทางอมรินทร์ทีวี ช่อง 34 วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.20 น. ว่า ที่วิ่งไปให้รถชนเพราะสามีตัวเองไม่ได้ความเป็นธรรม ตนก็ไม่รู้จะมีชีวิตอยู่ไปทำไม ไม่อยากมีชีวิตอยู่ถ้าไม่มีสามี ตนก็ทำทุกวิถีทาง แต่ก็ไม่เคยได้คำตอบว่าสามีจะได้ออกจากคุกเมื่อไร และไม่รู้ว่ากระบวนการยุติธรรมให้ความเป็นธรรมได้หรือไม่ ทั้งนี้ สามีตนบอกไว้ว่าอย่าทิ้งนะ ให้ช่วยตามเรื่องให้ด้วย

ส่วนทุกวันนี้ตนต้องทำงานรับจ้างตัดผัก ต้นทานตะวันอ่อน รายได้ต่อวัน 200-300 บาท ก่อนหน้านี้สามีทำงานหาเลี้ยงครอบครัว เป็นลูกจ้างนายปองพลมาประมาณ 5 ปี ส่วนตนเลี้ยงลูกที่บ้าน อย่างไรก็ตาม เมื่อทราบว่าปลัดกระทรวงยุติธรรมจะให้การช่วยเหลือ ตนก็ดีใจ ส่วนลูกชาย 11 ขวบ ก็ถามตนตลอดว่าเมื่อไรจะพาไปเยี่ยมพ่ออีก



นายปองพล สวัสดิ์ทัส นายจ้างผู้ต้องหา เปิดเผยว่า ตนมีอาชีพรับจ้างขับรถขนของ วันที่ 28 เม.ย. 62 นายสมศักดิ์ก็โทรมาหาตน จ้าง 4,000 บาท ให้ขนส้มไปทิ้ง โดยเจ้าตัวอ้างว่าจะเปลี่ยนไปทำสวนทุเรียน จากนั้น 20 นาที ตนก็ไปที่ตึกที่นัดพบ มีส้มมากกว่า 100 ลัง ไม่ได้เน่าเสียหาย ตนจึงบอกว่าขอนำไปขายตะกร้าละ 50 บาท นายสมศักดิ์ก็ไม่ได้พูดอะไร ตนก็คิดว่าเป็นผลพลอยได้ จากนั้นก็ขนส้มขึ้นรถ 2 คัน ที่ตนเป็นคนขับ และอีกคันมีนายพิชิต ลูกจ้าง เป็นคนขับ จากนั้นก็ไปไลฟ์เฟซบุ๊กเพื่อขายส้ม

ขณะที่ส้มในคันของตนขายหมดไปแล้ว แต่คันของนายพิชิต มีเจ๊พรทิพย์เข้ามาขอซื้อส้ม 11 ลัง แต่เมื่อเปิดดูก็พบยาเสพติด ทุกคนจึงปรึกษากันก่อนจะแจ้งตำรวจทันที ทั้งนี้ ตนไม่รู้สึกตกใจ เพราะไม่ได้ทำผิด และเชื่อว่านายพิชิตที่ถูกตำรวจจับติดคุก ก็ไม่ใช่คนผิดเช่นกัน

นายวรกร พงศ์ธนากุล ทนายความ เปิดเผยว่า หลังพบยาเสพติด ตำรวจนำตัวนายสมศักดิ์ ผู้ต้องหาที่เป็นเจ้าของส้ม มาสอบสวน แต่เจ้าตัวปฏิเสธ จากนั้นตำรวจจึงออกอุบายขอตกลงให้ลูกพี่ของนายสมศักดิ์มีการโอนเงิน 500,000 บาท เพื่อให้จบคดี จากนั้น 5 นาที ลูกพี่ของนายสมศักดิ์โอนเงินมาให้ เจ้าหน้าที่ตามรวบตัวได้ จากนั้นตำรวจก็ออกอุบายต่อ ให้ลูกพี่ใหญ่โอนมาอีก 1 ล้านบาท แล้วก็โอนมาจริง ตำรวจก็ไปล็อกตัวจับกุมมาสอบสวนดำเนินคดีเช่นกัน



นอกจากนี้ ตำรวจสามารถเพิกถอนเพื่อปล่อยตัวนายพิชิตได้ หากเห็นว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งถ้าหากนายพิชิตไม่โทรแจ้งตำรวจ ตำรวจก็ไม่รู้เรื่อง จึงควรต้องขอบคุณนายพิชิตด้วยซ้ำที่ทำให้เรื่องแดงขึ้นมา ทั้งนี้ ตำรวจบอกว่าให้นำหลักฐานไปสู้ในชั้นศาล ซึ่งตนเห็นว่าครอบครัวนายพิชิตไม่มีเงิน อาจจะสู้คดีได้ยาก และไม่มีเงินประกันตัว ล่าสุด เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ปลัดกระทรวงยุติธรรมยื่นช่วยเหลือ ออกค่าใช้จ่าย 800,000 บาท เพื่อขอประกันตัวนายพิชิตแล้ว ตนเชื่อมั่นว่าสามารถประกันตัวได้ และเชื่อว่านายพิชิตเป็นแพะ 1 ล้านเปอร์เซ็นต์

ด.ช.ไมค์ (นามสมมติ) อายุ 11 ขวบ ลูกชายคนโตของผู้ต้องหา เล่าเหตุการณ์ว่า ตอนเกิดเหตุตนอยู่ในเหตุการณ์ เห็นเจ๊พรทิพย์เป็นคนมาเลือกซื้อส้ม พ่อตนกับนายปองพล นายจ้าง ก็ช่วยยกส้มเทใส่ลัง เทไปได้ 5-6 ลัง เจอวัตถุสี่เหลี่ยมห่อด้วยฟรอยด์ จากนั้นเจ๊พรทิพย์บอกว่าให้ถ่ายคลิปแล้วตัดห่อสี่เหลี่ยมดู ก็เจอยาบ้า แล้วปรึกษากันโทรแจ้งตำรวจ ผ่านไป 40 นาที ตำรวจก็มา พร้อมเรียกนายปองพลไปชี้จุดที่พบยาบ้า หลังจากนั้น ตำรวจก็เชิญตัวพ่อตน กับเจ๊พรทิพย์ ไปที่โรงพัก จากนั้นพ่อตนก็ถูกจับ แล้วไม่ได้กลับบ้านอีกเลย

ด.ช.ไมค์ กล่าวทั้งน้ำตาว่า "อยากบอกพ่อว่าคิดถึงมาก อยากให้พ่อออกมา พ่อไม่รู้เรื่องว่ามียาบ้าในส้มจริงๆ" ตอนที่ตนไปเยี่ยมพ่อ พ่อก็ร้องไห้ อยากขอร้องให้ตำรวจช่วยปล่อยตัวพ่อด้วย และขอขอบคุณกระทรวงยุติธรรมที่จะช่วยให้พ่อได้ออกมา ถ้าพ่อออกมา ก็อยากจะเข้าไปกอดพ่อ

คลิป



ขอบคุณ AMARIN TV